
ขอบพระคุณ…และฝากอนาคตไซเบอร์ของประเทศไทยไว้กับพวกเราทุกคน
ในโอกาสที่ผมกำลังจะเกษียณจากการทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ผมอยากใช้เวลานี้กล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ขอบคุณพี่น้องชาว สกมช. และ ThaiCERT ทุกคน
ขอบคุณคนทำงานด้าน Cybersecurity ของประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา กองทัพ ตำรวจ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ผู้ประกอบการ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการนี้ขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่เชื่อมั่นและร่วมเดินทางกับเรา และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณคนไทยทุกคน
ตลอดช่วงเวลาที่ผมมีโอกาสรับผิดชอบภารกิจนี้ ผมได้เห็น Cybersecurity ของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเรื่องที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องของ “ฝ่าย IT” วันนี้เรากำลังทำให้มันกลายเป็นเรื่องของ ทุกคน เราได้สร้างคน สร้างเครือข่าย สร้างการฝึกซ้อมทดสอบความพร้อม สร้างมาตรฐาน และสร้างความร่วมมือ เราเห็นเด็กและเยาวชนก้าวเข้าสู่สนาม Cybersecurity เห็นคนทำงานได้รับการ Reskill และ Upskill เห็นหน่วยงานต่าง ๆ ลุกขึ้นมาสร้างความพร้อมของตนเอง เห็นการซ้อมรับมือภัยไซเบอร์ขยายจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่เครือข่ายทั่วประเทศ เราเตรียมรับมือภัยที่วันนี้เกิดขึ้นแล้ว และภัยที่ยังมาไม่ถึงตั้งแต่ Ransomware, Data Breach, Credential Theft ไปจนถึงอนาคต AI Enabled Hacking, AI Security, Agentic AI, Quantum Computing และ Post-Quantum Cryptography
แต่สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด ไม่ใช่ตัวเลข ไม่ใช่รางวัล และไม่ใช่โครงการใดโครงการหนึ่ง
สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นว่าประเทศไทยมี “คน” ที่พร้อมจะดูแลประเทศไทยต่อไป
ผมเชื่อมาตลอดว่า Cybersecurity ไม่สามารถสร้างได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
Firewall ที่ดีที่สุดอาจหยุดการโจมตีบางอย่างได้
AI ที่เก่งที่สุดอาจช่วยเราตรวจจับภัยได้เร็วขึ้น
กฎหมายและมาตรฐานที่ดีที่สุดอาจกำหนดสิ่งที่เราควรทำ
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยเกิดจากคนที่รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร และพร้อมรับผิดชอบต่อหน้าที่นั้น
วันที่ผมส่งต่อหน้าที่ จึงไม่ใช่วันที่ภารกิจสิ้นสุด
ตรงกันข้าม มันคือวันที่ภารกิจเดินทางต่อไป โดยมีคนอีกมากมายช่วยกัโลกนส่งเสริม ผลักดัน โลกไซเบอร์หลังจากนี้จะยากขึ้นอย่างแน่นอน AI จะทำให้การโจมตีเร็วขึ้น
Quantum Computing จะท้าทายระบบการเข้ารหัสที่เราใช้อยู่ โลกจริงและโลกดิจิทัลจะเชื่อมต่อกันมากขึ้น ตั้งแต่พลังงาน การเงิน การคมนาคม สุขภาพ ไปจนถึงชีวิตประจำวันของประชาชน
แต่ผมไม่ได้มองอนาคตเหล่านี้ด้วยความกลัว ผมมองมันด้วยความหวัง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า ประเทศไทยมีคนเก่ง มีคนดี มีคนรุ่นใหม่ และมีเครือข่ายที่พร้อมจะช่วยกันทำให้ประเทศนี้แข็งแรงขึ้น สิ่งที่เราสร้างมาด้วยกันอาจยังไม่สมบูรณ์
และบางเรื่องอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี
งานที่มีความหมายจริง ๆ บางครั้งเราอาจไม่ได้อยู่เห็นวันที่มันเสร็จสมบูรณ์ หน้าที่ของเราคือ ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แล้วส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปทำให้ดียิ่งกว่าเดิม
ผมขอขอบคุณทุกคน สหายร่วมรบ ที่เคยร่วมงาน
ทุกคนที่สนับสนุน
ทุกคนที่เคยเห็นต่างและช่วยกันตั้งคำถาม
ทุกคนที่เคยอยู่ในห้องประชุม ห้องเรียน ห้อง War Room สนามแข่งขัน หรือสนามฝึกทดสอบกับเรา และขอบคุณทุกคนที่ยังคงทำหน้าที่เงียบ ๆ อยู่หลังระบบต่าง ๆ ของประเทศ โดยที่ประชาชนอาจไม่เคยรู้ชื่อของท่านเลย งานของท่านมีความหมาย
วันที่ 30 กันยายนนี้ บทบาทหนึ่งของผมกำลังจะจบลง แต่ความเชื่อของผมต่ออนาคต Cybersecurity ของประเทศไทยไม่ได้จบตามไปด้วย ผมยังเชื่อเหมือนวันแรกว่า เราไม่ควรรอให้อันตรายมาถึง แล้วจึงสร้างอนาคตจากสิ่งที่เหลืออยู่ เราควรช่วยกันเป็นสถาปนิกออกแบบอนาคตที่เราอยากให้เกิดขึ้น และช่วยกันสร้าง ตั้งแต่วันนี้
จากวันนี้เป็นต้นไป ผมขอส่งภารกิจนี้ต่อให้กับพวกเราทุกคน
The Future of Thailand’s Cyberspace is now in your hands.
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกัน
และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับสิ่งที่ทุกคนจะสร้างต่อจากนี้ อนาคตยังมีภัยคุกคามอีกมาก แต่อนาคตก็ยังมีความหวังมากกว่าเสมอ ด้วยความขอบคุณและความเชื่อมั่นในพวกเราทุกคน
พลอากาศตรี อมร ชมเชย
เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
30 กันยายน 2569
NCSA Thailand
ที่มา Facebook Amorn Chomchoey
![]()
